มีคนเล่าให้ฟังว่า...สมัยก่อน คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต แกอยู่ในป่ากับเพื่อน 5 – 6 คน ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน ล่าสัตว์ป่ามาทำอาหาร ...
วันหนึ่งเป็นเวรของคุณพงษ์เทพ แกก็คว้าปืนยาวสะพายบ่าเดินเข้าป่าไป อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ คือแกงเนื้อลิง พอเดินเข้าป่าไปได้สักพักเห็นลิงตัวหนึ่งนั่งอยู่บนต้นไม้หันหลังให้ แกก็รีบยกปืนประทับบ่า ยิงเปรี้ยงไปที่ตัวลิง
เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น ปกติลิงพอถูกยิงจะหล่นตุ๊บจากต้นไม้ทันที แต่ลิงตัวนี้นั่งจับกิ่งไม้เฉย ไม่หล่นลงมา จะว่ายิงไม่ถูกก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะคุณพงษ์เทพ แกยิงปืนแม่น ระยะแค่นี้ เป้าใหญ่ขนาดนี้ ไม่พลาดแน่นอน ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น ลิงตัวที่ถูกยิงร้องโหยหวน เสียงดังมาก ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง แล้วร้องโหยหวนเหมือนกันหมด
แกตกใจยืนตกตะลึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สักครู่ลิงตัวที่ถูกยิงโยนวัตถุเล็ก ๆ สีดำ ๆ ชิ้นหนึ่งให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วก็หล่นตุ๊บลงมาจากต้นไม้ คุณพงษ์เทพรีบวิ่งไปดู ลิงถูกยิงเข้าที่หลังทะลุหน้าอกเลือดแดงฉานเต็มตัว คุณพงษ์เทพเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี
ลิงที่ตกลงมาเป็นลิงแม่ลูกอ่อน ขณะที่ถูกยิงเธอกำลังให้นมลูก ลูกตัวน้อยกำลังดูดนมอย่างมีความสุข ทันทีที่ถูกยิง ถ้าเป็นลิงตัวอื่นจะหล่นตุ๊บลงจากต้นไม้ แม่ลิงตัวนี้ยังหล่นไม่ได้ ยังตายไม่ได้ เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ คือ รักษาชีวิตลูกน้อยให้พ้นอันตราย เธอกัดฟันโหนกิ่งไม้ไว้ แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทาง ด้วยความตกใจพยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด ตะโกนสุดเสียง ร้องเรียกฝูงลิงเข้ามาใกล้ ๆ แล้วก็ฝากฝังให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว มองดูลูกถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว แน่ใจว่าลูกปลอดภัยแล้วจึงหลับตาแล้วหล่นลงมาตาย
คุณพงษ์เทพก้มมองหน้าลิง แล้วร้องไห้เพราะที่เบ้าตาลิงมีหยดน้ำตาใส ๆ กำลังไหลริน คุณพงษ์เทพรีบเดินกลับที่พักเอาปืนไปเผาทิ้ง ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ลิงที่มีต่อลูกน้อย เป็นแรงบันดาลใจให้พงษ์เทพแต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่งชื่อว่า..."ลิงทะโมน..." เพื่อยกย่อง เชิดชูคุณค่าของความรักที่แม่มีต่อลูก
แม่นะหรือ คือผู้สร้างทุกสิ่งอันยิ่งใหญ่
คือผู้รักลูกตนกว่าใคร ใคร
คือผู้คอย ห่วงใยทุกเวลา
คือคนร้อน เมื่อลูกรุ่มกลุ้มเรื่องทุกข์
คือคนสุข เมื่อลูกนั้น มีหรรษา
คือคนปลอบ เมื่อลูกเหงา เศร้าอุรา
คือคนคอย ให้เมตตา ลูกทุกคราว
เป็นสายฝน คอยช่วยให้ ลูกสดชื่น
เป็นผ้าผืนคอยห่มให้ เพื่อคลายหนาว
เป็นกระโถน คอยรับทุกข์ ทุกเรื่องราว
เป็นบันได ไต่ดาว ลูกก้าวไป
เป็นคุณครู ผู้สอนสั่งทุกอย่างหนอ
เป็นคุณหมอ คอยรักษา จะหาไหน
เป็นทุกสิ่ง ทุกอย่าง ได้ดั่งใจ
จะหาใครได้เท่าแม่เหมือนไม่มี
สาธยาย อย่างไร คงไม่หมด
พระคุณแม่ ยากแทนทด เหมือนปลดหนี้
สิ่งล้ำค่า ใดใด ในปฐพี
จะเทียมเท่า คุณแม่นี้ ไม่มีเอย ...
คือผู้รักลูกตนกว่าใคร ใคร
คือผู้คอย ห่วงใยทุกเวลา
คือคนร้อน เมื่อลูกรุ่มกลุ้มเรื่องทุกข์
คือคนสุข เมื่อลูกนั้น มีหรรษา
คือคนปลอบ เมื่อลูกเหงา เศร้าอุรา
คือคนคอย ให้เมตตา ลูกทุกคราว
เป็นสายฝน คอยช่วยให้ ลูกสดชื่น
เป็นผ้าผืนคอยห่มให้ เพื่อคลายหนาว
เป็นกระโถน คอยรับทุกข์ ทุกเรื่องราว
เป็นบันได ไต่ดาว ลูกก้าวไป
เป็นคุณครู ผู้สอนสั่งทุกอย่างหนอ
เป็นคุณหมอ คอยรักษา จะหาไหน
เป็นทุกสิ่ง ทุกอย่าง ได้ดั่งใจ
จะหาใครได้เท่าแม่เหมือนไม่มี
สาธยาย อย่างไร คงไม่หมด
พระคุณแม่ ยากแทนทด เหมือนปลดหนี้
สิ่งล้ำค่า ใดใด ในปฐพี
จะเทียมเท่า คุณแม่นี้ ไม่มีเอย ...
No comments:
Post a Comment